ชาวล้านนานั้นมีวิถีชีวิตที่ควบคู่ไปกับความเชื่อ ทั้งที่มาจากความเชื่อดั่งเดิมและความเชื่อที่เกิดจากคำสอนทางพระพุทธศาสนาหรือเกิดจากการผสมผสานความเชื่อทั้งสองเข้าด้วยกัน เพื่อความสวัสดี ความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตหรือแม้ในยามชีวิตตกอยู่ในห้วงทุกข์ ชาวล้านนาก็มีกุศโลบายในการประยุกต์ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ผลทางด้านจิตใจ การเรียนรู้ การศึกษาก็เป็นสิ่งที่ชาวล้านนาให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าด้านอื่นๆ  ชาวล้านนาตระหนักว่า คนเราเกิดมานั้นระดับสติปัญญา การเรียนรู้ของคนนั้นแตกต่างกันไป แต่ถึงถึงกระนั้นก็มีการค้นคิดวิธีการทางจิตวิทยาเพื่อช่วยเพิ่มกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพไปด้วย
                คนล้านนาในแววการศึกษาของพระสงฆ์สมัยโบราณให้ความสำคัญกับทางพิธีกรรมทางจิตที่เรียกว่า การกินอ้อผญาอย่างมาก เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยลดปมด้อยของคนที่คิดว่าตนเองมีความจำไม่ดี สติปัญญาไม่ดี ไม่ปรอดโปร่ง และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคนที่สมองดีอยู่แล้วด้วย ปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าวแพร่หลายอยู่วงแคบๆ  ในหมู่ที่ยังมีความเชื่ออยู่ แต่นับวันจะเลือนหายจากความทรงจำไปแล้วเพราะวิทยาการในสมัยใหม่มีบทบาทมาก จนทำให้มนุษย์แทบจะไม่ต้องคิดอะไรเพรามีเครื่องมือช่วยคิด ช่วยคำนวณ การเรียนรู้จดจำที่ต้องใช้สมองท่องจำแทบจนหมดความจำเป็นไป
การกินอ้อผญานั้น มีวินัยทางกระบวนการที่ต้องพิจารณากันเป็นพิเศษ ทั้งสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ที่ก็น่าศึกษาอย่างยิ่ง แวดวงศึกษาของชาวบ้านล้านนาส่วนหนึ่งเชื่อว่า ผู้ใดผ่านการกินอ้อผญามาแล้วแม้นว่าสมองทึบ สติปัญญาไม่เอาไหน ก็จะกลายเป็นคนมีสติปัญญาเป็นเลิศ สามารถท่องจำได้ดี มีการจัดพิธีกรรมดังกล่าวไม่มากหนัก ในปีหนึ่งๆ มีการคัดเลือกคนเข้าร่วมพิธีด้วยเช่นกัน ผู้ประกอบพิธีกรรมหรือผู้เข้าใจกระบวนการหายาก ส่วนใหญ่จะเป็นพระสงฆ์ที่ผ่านการบวชเรียนมาแล้ว
                ไม้อ้อ ตามพจนานุกรม หมายถึง พรรณไม้ล้มลุกชนิด Arundo donax Linn.  หรือ Gramineace ขึ้นเป็นกอตามริมลำธาร ลำต้นแข็ง ปล้องในกลวง
            ต้นอ้อ ต้นไม้ที่ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะ ลำต้น เป็นปล้องแข็ง ใบเรียวเหมือนต้นแขมหรือหญ้าคา มีดอกสีขาว เวลาบานจะเป็นปุยนุ่นแผ่กระจายสวยงาม แพร่พันธุ์และแตกกอได้ง่าย ตายยาก 

 

พิธีกรรม
                  ผู้ชำนาญในกระบวนการพิธีกรรมจะประกอบพิธีกินอ้อผญาหรืออ้อปัญญาระว่างสมาชิกในครอบครัวตนเอง แต่ส่วนใหญ่จะมีผู้มาแจ้งความจำนงในการเข้าร่วมพิธีดังกล่าว และส่วนใหญ่นิยมทำกันที่วัด สิ่งที่เข้าร่วมประกอบพิธีต้องเตรียมก็คือ เงินค่าครู อุปกรณ์พิเศษบางส่วน การชำระเนื้อตัวให้สะอาด นุ่งเสื้อผ้าที่เรียบร้อยนิยมทำกันวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันครู หากเป็นพระภิกษุ-สามเณร ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบพิธีจะต้องเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  1. ไม้อ้อที่ตัดทั้งข้อ คือ เหลือข้อยาว 3  นิ้ว  ตามจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี
  2. น้ำผึ้ง
  3. ขันบูชาครู
  4. ดอกไม้

กระบวนการ
                  ให้ผู้เข้าพิธีกราบพระรัตนตรัย กราบครูอาจารย์ ผู้ประกอบพิธีกล่าวโอกาส ว่าคาถาต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการใช้น้ำมนต์ประพรมกระบอกไม้อ้อที่บรรจุน้ำผึ้ง เมื่อจบกระบวนการกล่าวโอกาสของผู้ประกอบพิธีแล้วก็อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมพิธีดื่มอ้อปัญญา ตามจำนวนที่กำหนดให้ คนละ 3 กระบอก บ้าง 6-8-12 บ้างแล้ว แนะนำตักเตือนให้ใช้ปัญญาถูกที่ถูกทางด้วย
                บางตำราบางท้องที่ก็กำหนดผู้เข้าร่วมพิธีประกอบพิธีการกินอ้อที่ลำห้วยลำเหมืองที่มีความกว้าง ขนาดที่คนปกติธรรมดายืนคร่อมลำเหมืองที่มีน้ำไหลผ่าน รับกระบอกไม้อ้อที่มีน้ำผึ้งบรรจุอยู่และดื่มกินทันทีตามจำนวนที่เหมาะสม ให้ทิ้งกระบอกไม้อ้อลงลำเหมืองทันที ให้เดินกลับบ้านทันทีและห้ามเหลียวกลับมาดู
เคล็ดและสัญลักษณ์เข้าใจว่าอยู่ที่ความปลดโปร่งโล่งของปล้องไม้อ้อ เสมือนสมองที่ถูกปิดกั้นด้วยอวิชชาความไม่รู้ เมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้วเท่ากับได้รับการกระตุ้นเตือนให้เกิดความรู้ ความคิดที่ปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมพิธีเกิดความมั่นใจในการเรียนรู้อย่างมาก สามารถท่องจำได้ดีกว่าเดิมเป็นอย่างมากนี้เป็นผลแห่งกระบวนการกระตุ้นศักยภาพทางสมองและทางจิตใจที่บรรพบุรุษชาวล้านนาได้มอบให้แก่ลูกหลาน ซึ่งหากภูมิปัญญาดังกล่าวนี้ในถิ่นอื่นๆ หาได้ยากนัก น่าเสียดายที่ปัจจุบันพากันละทิ้งสิ่งดีๆ เหล่านี้โดยเข้าใจว่าเป็นสิ่งไร้สาระ โดยหารู้ไม่ว่าบรรพบุรุษได้มอบภูมิปัญญาในการวางกุศโลบายในการกระตุ้นเตือนพลังงานทางสมองและจิตใจเพื่อนำไปใช้อย่าง มีประสิทธิภาพและถูกต้องนั้นเอง

คาถาเชิญอ้อ

                  ชะยันตุ ผู้ข้าจักไหว้ยอดแก้วแลเจดีย์ ทังอิตถีปัญญาดีใช่ช้า
ขอเชิญเจ้าขี่ม้าแก้วถือดาบเถี่ยนฅำ แก่วงลงมาวิงวอนวิงวอน
ฅิงเจ้าอ่อนมันปานฅำแดง เชิญเจ้าลงมา
ทังอ้ออรหันตาผู้ถือเครื่องห้า กล้ำซ้ายเจ้าหลั่งลงมา
คันข้าออกปาก เจ้าผะหญาอ้อสนสน
ในเมืองฅนบ่มีใผเปรียบได้ ศัพท์แปลจารธรรมไธ้
ผะหญาไวยิ่งกว่าน้ำบ่อแก้วแฅว แตลไหลออกเนืองนอง
ผะหญานองวิลาศ ขอเชิญบาทไธ้แม่ธรณี
ทังอิตถีปัญญาดีแต่ฟ้า เชิญเจ้าลงมาสับปัญหาแก้แม่น
ได้หมั้นแก่นแล้วขออย่าลืมฅวาม โอม สวาหุมติดฯ
ชะยันตุ ข้าจักไหว้เจ้ายอดแก้ว เชิญทิพพะฤาษีแลอ้ออรหันตาเจ้าอันอยู่เมืองฟ้า
เชิญเจ้าขี่ม้าถือดาบเถี่ยนฅำ ลงมาวิงวอนวิงวอน
ฅิงเจ้าอ่อนปานฅำ เชิญเจ้าลงมาเบื้องซ้าย
เจ้าจิ่งย้ายลงมาลีลา เบื้องขวาลงมาลีไล
ข้าเชิญทังท้าวหมาดฅำฟ้าอยู่แท่นเชียงฅำ เชิญเจ้าลงมา
เจ้าจิ่งถือเอาน้ำใจ ย่องลงมาสะสิ่งใสสี
ขอให้ผะหญาดีส่งอ้ออรหันตาเจ้า คันว่าข้าได้เจ้าแล้ว
ผะหญาอ้อเนืองนอง ผะหญาฟองไปทั่วทวีป
คันว่าข้าได้เขียนขีดแล้ว ผะหญาอ้อสนสน
ในเมืองคนเฮย บ่มีใผต่อได้
คันว่าได้สับสอดใช้เป็นธรรมชัย ผะหญาไหลไปยิ่งน้ำบ่อแก้ว
ไหลแจ้วแล้วไหลออกไปเนืองนอง ผะหญาฟองไปวิลาศ
ท้าวหมาดฟ้าอยู่แท่นเชียงฅำ เชิญเจ้าลงมา
ชักปัญหาให้แก้แม่น แก่นแท้รุ่งเรืองราม
ได้แล้วอย่าลืมฅวาม โอม สวาหุมติดฯ
คาถาเชิญอ้อนี้ ผู้ประกอบพิธีจะร่ายเพื่อเชิญอ้อในพิธีก่อนถึงจะทำพิธีเสกอ้อด้วยคาถาอ้อบทต่อไป

อ้อปัญญา

                  ให้ตั้งขันครูแล้วไปเอาไม้อ้อมาปล้องหนึ่งปล้องที่ตรงไม่อยู่ใต้ต้นไม้หรือสะพาน บอกกล่าวให้ดีเสียก่อนตัดอ้อให้ยาวเท่ากับสามข้อมือนิ้วกลางของผู้ที่จะกินใส่น้ำผึ้งลงไป เชิญครูอ้อมาลงเสก เสกด้วยคาถาอ้อปัญญา ๓ จบแล้วเอาน้ำผึ้งในกระบอกอ้อกิน กินหมดแล้วขบอ้อให้แตก แล้วขว้างกระบอกอ้อข้ามหัวไปตกทางด้านหลังจะร่ำเรียนอะไร ก็จะมีปัญญาดีนักแล จะเป็นนักเพลง นักกลอนก็จะมีปัญญาปฏิภาณอันลึกซึ้งและรักใคร่แก่คนทั้งหลาย สาธุ  โอกาสะผู้ข้าขอยอขันพระพุทธโสภา ขอเชิญอ้อทั้งร้อยแปดเป็นเก๊า เทียนธูปหอมมาลาเชิญอ้อเจ้าลงมาผู้ข้ายอขึ้นดาแต่งไว้ เชิญอ้อไท้องอาจสัพพัญญูขอหื้อผู้ข้าได้โปรดสัตว์ในชมพูมนุษยโลก หื้อพ้นโอฆะสงสารถึงเนรปานเป็นที่แล้ว ขอเชิญอ้อแก้วองค์งาม นาโคหื้อมาสอนตนตัวหัวคิงแห่งข้าอ้อตัวหนึ่งชื่อว่า ยะอังอ้อตัวหนึ่งชื่อว่า สะอังอิ อ้อทั้งหลาย ห้าพระองค์นี้จุ่งเสด็จเข้ามาอยู่ในตนตัวหัวคิงแห่งข้าโอมพุทธปัญญา ธัมมะปัญญาสังฆะปัญญา พุทธา สวาหุม ฯ ( เป็นคาถาคำยอคุณขันอ้อปัญญา)  สิทธิการิยะยันตุ ยันตุ ข้าไหว้แก้ว ยอดเจดีย์ ขอเชิญเจ้ายอด อิตถี ปัญญาดีอยู่เมืองฟ้า ลงมาขี่ม้าและเกวียนคำขออัญเชิญเจ้าแกว่ง วิงวอน วิงวอน คิงเจ้าอ่อนเพียงดั่งคำแดงขออัญเชิญเจ้าลงมา แกว่งลีลาข้างกำขวาขออัญเชิญเจ้าลงมาแกว่งลีลา ข้างกำซ้าย กันว่าผู้ข้าได้ปากเจ้าปัญญาไหลออกมาสนสน ในเมืองคนบ่มีไผเผียบเทียบเจ้าได้ขออัญเชิญเจ้าลงมาสวดไว้ปานธรรมไทย ปัญญาไวไหลออกมาแจ้ว แจ้วเป็นดั่งน้ำบ่อแก้วแผ่นธรณีขออัญเชิญเจ้าปัญญาดี ลับปัญญาหื้อแม่น กันผู้ข้าได้แล้ว ขออย่าลืมโอมสวาหุมติด โอมพุทโธ สวาหุมติดพญาระถัง พญารัตตะนัง พญาโอภาจิตติจิตตัง สหพันธะนังสหสิทธิสวาหุมอุ่งสุระสะตี่ตะวาตัสสะมะมะ ปิยัง มหาลาภัง สัพพะกากาลัง สัพพะพญานัง ราชาอิตถีปุริสะมะมะปิยังมหาลาภัง สัพพะมะทิ เอหิเอหิ สวาหุม  อุ่งสุระตี่เทวีสุริยาเทวี จันทราเทวี มะโนปาละเทวี จิตตะเทวี ปุสะเทวี สุตะกะเทวีรักขะเทวี กันทะกะเทวี วิยามะจาลีเทวีนาคะเทวี สุนันต๊ะเทวี โสโนจิตตัง สวาหุม 

คาถาอ้ออรหันตา

                  โอม ข่วงฟ้า ห้าข่วงกลาง อ้อข่วงหมอ
ห้าข่วงฟ้าหกสวรรค์ ไหลหลั่งลงมา สาธุ
ผู้ข้าจักขอร่ำเรียนเอา หนังสือเจ้าธรรมสูตร
ขอหื้อมีผะหญาปัญญา เป็นน้ำแม่คงคามหาสมุทร
ข้าขออังเชิญทังนาคครุฑ อมนุษย์กุมภัณฑ์คันธัพพะ
ยักขะปรไมไอสวร เทพพะดาอินทาพรหมทังหลาย
จุ่งมายังยายฟังยังคาถา พระยาธรรมพุทะสูตรอ้ออรหันตา

คาถาอ้อธรรม

                  สาธุ สาธุ บัดนี้ ผู้ข้าจักระนึกเถิงด้วยใจ
จึงขอเรียนเอาไตรปิกฏกะธัมมะเจ้า พระยาอ้อเจ้าจุ่งมาเนอ
เจ้าช่างสรุปหื้อมาสรุปเอาธรรม เจ้าช่างจำหื้อมาจำสุดรอด
อ้อช่างขอดหื้อมาขอดคาถา จำเอามาหื้อหมดจดเอามาหื้อถ้วน
ม้วนเข้าอยู่ในหัวใจ หื้อมีผะหญาปัญญาไว
ไหลเปลวเปล่งลิดเลื่อนลาย ปัญจรนิกายยายยัง
นะโมตั้งหัวที อิติปิโสคลี่เป็นตรา
เยสันตาเป็นเอก นะวะเม เสกลงปก
ยานีจดแถวถี่ กะระณีคลี่เป็นคำ
สัพพาจิ่งแจ้งจอด ยะสาขอดเปนอิ
วิปัสสิเถิงยอด ธัชชัคคะขอดในมะโน
ยโตหังเป็นเขต ยันทุนเทสเสียภัย